ท่อนเพลงบรรเลงเดี่ยวสำหรับเทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 1 ผลงานซิมโฟนีหมายเลข 3 ของกุสตาฟ มาห์เลอร์ ท่อนที่ 1

บทเพลงซิมโฟนนีหลายเลข 3 ของกุสตาฟ มาห์เลอร์สำหรับเครื่องเทเนอร์ทรอมโบนนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในหลายๆงานประพันธ์สำหรับวงออร์เคสตราที่นักศึกษาเครื่องทรอมโบนและนักทรอมโบนระดับอาชีพทุกคนควรรู้จัก เนื่องจากเป็นบทเพลงที่มีท่อนบรรเลงเดี่ยวสำหรับทรอมโบนในการบรรเลงของวงออร์เคสตราที่มีความยาวและมีความหลากหลาย อีกทั้งบทเพลงนี้เป็นบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นโดยนักประพันธ์ช่วงปลายยุคโรแมนติก ซึ่งเป็นยุคที่วงซิมโฟนีออร์เคสตราพัฒนามาจนถึงจุดสูงสุดที่กลายเป็นมาตรฐานสำหรับการบรรเลงของวงซิมโฟนีออร์เคสตราในยุคปัจจุบัน ซึ่งในการบรรเลง ผู้แสดงจะต้องใช้สมาธิและความสามารถที่สูงมาก เนื่องจากบทเพลงนี้มีความยาวทั้งหมดเกือบ 120 นาที อีกทั้งมีท่อนบรรเลงเดี่ยวที่มีทั้งท่อนที่ต้องใช้พลังและคุณภาพเสียงที่ดี ท่อนที่ต้องการความแม่นยำในการบรรเลง และท่อนที่ต้องการความนุ่มนวลประกอบกับคุณภาพเสียงที่ดีและเข้ากันกับกลุ่มเครื่องดนตรีอื่นๆ

ท่อนที่ 1 Kräftig. Entschieden.

    ท่อนนี้เป็นท่อนที่มีท่อนบรรเลงเดี่ยวสำหรับเทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 1 ที่มีความยาวและหลากหลายมากที่สุด โดยท่อนบรรเลงเดี่ยวท่อนแรกเริ่มต้นที่หมายเลข 13 “ Langsam. Schwer” ซึ่งมีความหมายว่า “ช้า และ จริงจัง” ท่อนนี้อยู่อัตราจังหวะ 3/2 แต่โดยทั่วไปแล้ววาทยกรส่วนใหญ่มักจะเลือกที่นำวงบรรเลงในอัตราจังหวะ 6/4 มากกว่า เนื่องจากสะดวกสำหรับการนำวงบรรเลงในจังหวะที่ช้าและต้องการเน้นจังหวะที่หนักแน่นและจริงจังมากขึ้น การบรรเลงเริ่มต้นด้วยการบรรเลงสนับสนุนของ ทรอมโบนตำแหน่งที่ 2, 3 และ 4 บรรเลงโน้ตในคอร์ต D Minor ตามมาด้วยการบรรเลงเดี่ยวของเทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 1 บรรเลงโน้ต A ยาว ด้วยความดังก้องกังวานส่งเสียงออกไปโดยวิธีการยกลำโพงสูงขึ้นตามที่มาห์เลอร์เขียนกำกับไว้ “ Beiden gehaltenen Tonen Schalltr. In die Hohe”  

    การหายใจและการสร้างคุณภาพเสียงที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับท่อนนี้ เนื่องจากมาห์เลอร์ต้องการที่จะนำเสนอการบรรเลงเดี่ยวของเทเนอร์ทรอมโบนในรูปแบบที่คล้ายกับการขับร้องเดี่ยวของนักร้องเสียงเทเนอร์ ซึ่งจะมีความลุ่มลึก ชัดเจนและหนักแน่น น้ำเสียงมีความหนักแน่นและก้องกังวานมากกว่าน้ำเสียงที่ดุดันและแผดดัง การบรรเลงเดี่ยวนี้จะบรรเลงประกอบกับการบรรเลงสนับสนุนของกลุ่มเครื่องทรอมโบน ซึ่งโดยทั่วไปจะประกอบไปด้วยนักทรอมโบนเพียง 3 คน ดังนั้นในบทเพลงนี้ เทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 1 จึงทำหน้าเป็นนักบรรเลงเดี่ยว  (Soloist) ประกอบกับกลุ่มทรอมโบนทั่วไปคือ นักเทเนอร์ทรอมโบน 2 คน และนักเบสทรอมโบน 1 คน เป็นเหตุให้เทคนิคการบรรเลงเป็นกลุ่ม (Ensemble technique)  จึงเป็นอีกประเด็นที่ไม่สามารถละทิ้งได้ ในท่อนหมายเลข 13 นี้ เทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 1 จะบรรเลงเดี่ยวทั้งท่อนเพลงจนถึงหมายเลข 17 รวมทั้งหมด 45 ห้องประกอบการบรรเลงสนับสนุนด้วยรูปแบบจังหวะกระชับด้วยโน้ตเขบ็ดสามพยางค์ซึ่งจะทำให้การบรรเลงมุ่งไปข้างหน้ามากยิ่งขึ้น

             กลุ่มทรอมโบนทั้งกลุ่มจะบรรเลงพร้อมกันที่หมายเลข 16 ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังพร้อมทั้งเร่งจังหวะขึ้นเล็กน้อยเพื่อมุ่งไปข้างหน้าและเข้าสู่จุดสูงสุดของท่อนบรรเลงเดี่ยวนี้ที่ห้องที่  5 ของหมายเลข 16 ซึ่งกลุ่มทรอมโบนทั้งกลุ่มบรรเลงท่วงทำนองหลักพร้อมกันทั้งกลุ่มด้วยความเข้มแข็งและหนักแน่นก่อนเข้าสู่หมายเลข 17

ท่อนบรรเลงเดี่ยวที่ 2 เริ่มต้นที่หมายเลข 27 แต่เนื่องจากมาห์เลอร์ได้เปลี่ยนอารมณ์เพลงแตกต่างจากท่อนบรรเลงเดี่ยวท่อนแรกอย่างมาก ในท่อนหมายเลข 26 “ Schwungvoll. Immer dasselbe feurige Tempo. Ohne zu eilen.” ท่วงทำนองหลักซึ่งบรรเลงโดยกลุ่มเครื่องลมไม้มีลักษณะที่แสดงถึงความรื่นเริง เบิกบาน แตกต่างจากในท่อนก่อนหน้าที่อารมณ์เพลงค่อนข้างหนักและทรงพลัง การบรรเลงในท่อนนี้กลุ่มทรอมโบนร่วมกันบรรเลงทั้งกลุ่มแต่ มีเพียงเทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่ง   ที่ 1 และ 2  เท่านั้นที่บรรเลงโน้ตที่เป็นทำนองแนวหลักประกอบการประสานเสียงจาก  เทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 3 และเบสทรอมโบน ซึ่งมาห์เลอร์ได้เปลี่ยนกุญแจเสียงจาก D Minor ไปเป็น D Major เพื่อสนับสนุนความเบิกบานและสดใสของบทเพลงที่หมายเลข 27 ซึ่งกลุ่มทรอมโบนบรรเลงด้วยน้ำเสียงชัดเจน ฉาดฉาน หนักแน่น เปรียบเสมือนบทเพลงเดินขบวน( Fanfare) จากวงมาชชิ่งแบนด์ ( Marching Band )

             ท่อนบรรเลงเดี่ยวท่อนที่ 3 สำหรับเทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 1 ท่อนนี้เป็นท่อนที่มีความแตกต่างจากการบรรเลงเดี่ยวท่อนอื่นๆมากที่สุด เนื่องจากในท่อนนี้ มาห์เลอร์เลือกวิธีการนำเสนอการบรรเลงเดี่ยวสำหรับเทเนอร์ทรอมโบนเป็นแบบ “Singing Style” หรือ การเลียนแบบการร้องเพลง

             การบรรเลงเริ่มที่หมายเลข 33 ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่ก้องกังวานและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกพร้อมกับ ส่งเสียงออกไป และพยายามเพิ่มและลดระดับความดังของเสียงตามที่มาห์เลอร์เขียนกำกับไว้ ในท่อนนี้ความแม่นยำในการบรรเลงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เนื่องจากช่วงเสียงที่กว้าง ตั้งแต่โน้ต F ต่ำขึ้นไปจนถึง G เหนือโน้ต C กลาง ซึ่งควรจะเน้นการฝึกปฏิบัติบรรเลงในการออกเสียงและการวางตำแหน่งโน้ตให้แม่นยำพร้อมทั้งการเพิ่มและลดความดังโดยไม่ให้คุณภาพเสียงเปลี่ยนหรือเสียไปเป็นอันขาด

             ท่อนบรรเลงเดี่ยวท่อนที่ 4 เป็นท่อนที่มีความคล้ายคลึงกับท่อนบรรเลงเดี่ยวท่อนที่ 2 แต่มีการเพิ่มและพัฒนาแนวทำนองให้มีลักษณะเร้าอารมณ์และมุ่งไปข้างหน้ามากยิ่งขึ้น มาห์เลอร์นำเสนอการบรรเลงเป็นกลุ่มเครื่องโดยยังคงเน้นให้เทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 1 และ 2 ยังคงบรรเลงท่วงทำนองหลักประกอบกับการบรรเลงประสานเสียงโดยเทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 3 และเบสทรอมโบน ซึ่งทั้งกลุ่มบรรเลงด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แข็งแรงและชัดเจน ตั้งแต่หมายเลข 49 เรื่อยไปจนจบหมายเลข 51

             ท่อน Double Exposition เริ่มต้นที่หมายเลข 55 ด้วยท่วงทำนองหลักที่บรรเลงโดยกลุ่มเครื่องเฟรนช์ฮอร์นอีกครั้ง ซึ่งในท่อนบรรเลงเดี่ยวท่อนที่ 5 มาห์เลอร์ได้นำท่วงทำนองจากท่อนบรรเลงเดี่ยวท่อนแรกกลับมาบรรเลงอีกครั้งเช่นกันที่หมายเลข 57  “Schwer. Etwas (aber unmerklick) Zurückhaltend”  ในอัตราจังหวะ 4/4 เทเนอร์ทรอมโบนตำแหน่งที่ 1 เริ่มบรรเลง         ที่หมายเลข 58 ด้วยทำนองเดิมจากท่อนที่ 1 โดยในส่วนท้าย มาห์เลอร์เพิ่มเติมส่วนท้ายด้วยการนำบางส่วนของท่อนบรรเลงเดี่ยวที่ 3 มาใช้เพื่อลดความหนักแน่นของท่วงทำนองหลักลงและสร้างความสงบให้มากขึ้นเพื่อเข้าสู่ท่อนจบของท่อนที่ 1 ของซิมโฟนีที่หมายเลข 62

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *